AI เปลี่ยนงาน: พนักงานต้องปรับตัวอย่างไรให้รอดในยุค AI
ยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม การปรับตัวขององค์กรและพนักงานจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานจาก Business Insider เผยว่า AI สามารถลดระยะเวลาการทำงานจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที เช่น การสร้างรายงานสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เคยใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง ตอนนี้ AI สามารถจัดการการดึงข้อมูล ทำความสะอาดข้อมูล สร้างภาพ และสรุปผลได้เกือบทั้งหมดภายใน 45 นาที พนักงานเพียงแค่ตรวจสอบและเพิ่มเติมบริบทเข้าไปเท่านั้น แม้ในช่วงแรกของการนำ AI เข้ามาใช้อาจต้องใช้เวลาลงทุนและปรับปรุงกระบวนการ แต่ผลตอบแทนที่ได้ในระยะยาวคือการลดขั้นตอนที่ซับซ้อนให้กลายเป็นการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
Sarthak Gupta นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจาก Amazon และ Priyanka Devi Ramesh วิศวกรข่าวกรองธุรกิจจาก Amazon ต่างเห็นตรงกันว่า AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างระบบอัตโนมัติแบบครบวงจรสำหรับงานประจำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการเขียนเอกสาร ที่ AI ช่วยให้สามารถเปลี่ยนความคิดให้เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งแต่เดิมอาจใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง นอกจากนี้ AI ยังช่วยในเรื่องการระดมความคิดและอัปเดตตรรกะของระบบได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Walmart ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ก็กำลังเร่งนำ AI เข้ามาปรับใช้ในทุกส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการคลังสินค้าไปจนถึงการบริการลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเร็วและสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น รายงานจาก AOL.com ระบุว่า Walmart ได้ร่วมมือกับ OpenAI เพื่อสร้างโปรแกรมการรับรองความรู้ด้าน AI ให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานสามารถนำเครื่องมือ AI มาประยุกต์ใช้กับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานได้ อย่างไรก็ตาม Ava Williams พนักงานจัดเรียงสินค้าของ Walmart ได้แสดงความกังวลว่า AI อาจผลักดันให้พนักงานทำงานแข่งกับความคาดหวังที่ไม่สมจริง แต่ Walmart ยืนยันว่ามีช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและข้อกังวลได้อย่างเต็มที่
ในภาคการเงิน McKinsey คาดการณ์ว่า generative AI จะเพิ่มมูลค่าให้กับภาคธนาคารทั่วโลกถึง 200,000 – 340,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ธนาคารต่างๆ ไม่ได้มองหาเครื่องมืออัจฉริยะแบบผิวเผิน แต่กำลังมองหาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถทำงานร่วมกับเวิร์กโฟลว์ที่มีอยู่และช่วยปรับปรุงเศรษฐกิจของสถาบันได้อย่างต่อเนื่อง Startup Fortune ชี้ว่า AI ไม่เพียงแต่ลดต้นทุน แต่ยังเป็นเครื่องมือในการจัดการทุนที่สามารถวัดผลได้ เมื่อเทียบกับเงินเดือนพนักงาน ต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำหนด และภาระงานของศูนย์บริการลูกค้า
ขณะที่อุตสาหกรรมโรงแรม AI กำลังเข้ามาช่วยในเรื่องการสร้างข้อเสนออัตโนมัติและการติดตามลูกค้า ทำให้โรงแรมที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้มีอัตราการเปลี่ยนลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 11% ตามรายงานของ Hospitality Net อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากนำ AI มาใช้ในจุดที่เคยต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์ อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ ความสัมพันธ์ระยะยาวในธุรกิจนี้ยังคงสร้างขึ้นจากทีมงานและปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่ AI ไม่สามารถมาทดแทนได้ทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงที่ AI นำมาสู่ภาคธุรกิจต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่การแทนที่งาน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว พนักงานต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ๆ และขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าในยุคดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้
